YTSB – Yellow Tail Sushi Bar, Bangkok : VIE Hotel Bangkok



🤤สำหรับร้าน YTSB ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงจัดจ้านย่านราชเทวี ถ้าให้แอดให้คำนิยามสั้นๆคือ “ร้านที่อยู่ในทำเลที่ดี พร้อมการจัดแต่งร้านที่สวยงาม บริการยอดเยี่ยม และอาหารที่สดใหม่ เชฟที่ใส่ใจในการปรุง”
ที่นี่ปกติจะมีทั้งอาหารทั่วไปแบบอลาคาร์ท สั่งได้ตามใจและแบบโอมากาเสะ ซึ่งจะมีตั้งแต่คอร์ส 3,000++,5,000++ และ 7,000++ โดยวันนี้แอดได้มีโอกาสลองแบบ 5,000++ และเก็บรูปภาพมาฝาก ลูกเพจทุกท่าน จะอร่อยเด็ดเข็ดฟันกันเพียงใด เชิญไล่ชมภาพได้

 

ก่อนที่เชฟจะเริ่มรังสรรค์เมนูนั้น เชฟจะเริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ และดีที่สุดในวันนั้นมา เพื่อนำมาแผ่วางโชว์ให้คนรับประทานได้เห็นโดยทั่วกัน
เมื่อถึงเวลา เมนูแรกก็พร้อมเสิร์ฟ ได้แก่ “Mozoku Yuzu” สาหร่ายใส่ซอสยูซึ มีรสเค็มกลิ่นทะเลจากสาหร่าย และรสหอมสดชื่นของส้มยูซึ เป็นการกระตุ้นน้ำย่อย และทำให้รู้สึกสดชื่นในปากก่อนเสิร์ฟเมนูอาหาร
เมนูที่ 2 “Iwashi Maki” หรือข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาซาดีน ทีแรกตอนได้ยินว่าคือปลาซาดีน สารภาพตรงๆ เรานึกถึงปลาเนื้อแห้งๆ กลิ่นแรงๆ แต่เอาจริงๆไม่ใช่เลย เนื้อปลามัน กรุบ สาหร่ายกรอบ ขิงและต้นหอมข้างในช่วยให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยต่อจากเมนูแรกที่กระตุ้นต่อมน้ำลายมากๆ

เมนูที่ 3 “Sashimi” ซึ่งประกอบด้วยซาซิมิรวม 3 อย่างได้แก่ โฮตาเตะ ชูโทโร่ และ ฮามาจิ โดยแอดกินเรียงจากซ้ายไปขวาและตัดรสชาติแต่ละคำด้วยขิงดอง
เสน่ห์ของโฮตาเตะคือ รสชาติอ่อนๆ และหวานที่ไม่มากจนเกินไปแต่มีความฉ่ำ ถ้าไม่สด เนื้อสัมผัสจะเละ แต่จากคำนี้ กัดไปเนื้อนิ่มแต่ยังแน่นเป็นก้อน ไม่เละแต่อย่างใด ไข่ปลาคาเวียที่ท็อปปิ้งมามีรสเค็มอ่อนๆที่มาพร้อมกลิ่นทะเลหอมๆ จนสมควรที่จะทานแบบไม่ใส่โชยุเพื่อให้ได้รสชาติโฮตาเตะแบบแท้ๆ
ชูโทโร่ เนื้อปลาทูน่าส่วนที่มีไขมันระดับกลาง เนื้อแน่น เนียน ไม่เปรี้ยว ซึ่งทูน่าเกรดที่ด้อยหน่อย และบ่มไม่ดี จะมีรสเปรี้ยว แต่คำนี้ ไม่มีรสเปรี้ยวกวนใจให้เสียอารมณ์
 
ฮามาจิ หวานมากแม่ อวบอัดไขมันแน่นฉ่ำ คำนี้แอดกินเป็นคำสุดท้ายในบรรดาซาซิมิ ด้วยเพราะรสชาติไขมันที่อัดแน่นพร้อมเนื้อสัมผัสที่แน่นที่สุด ทำให้แอดเลือกจะทานเป็นคำสุดท้าย
เมนูที่ 4 “Ankimo Ponzu” หรือตับปลาอังโกะ ราดซอสพอนซึ มันคือปลาอะไร? สำหรับคนที่ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น เวลาลงใต้ทะเลลึกมักจะมีปลาที่มีโคมไฟอยู่ใช่ไหม?? นั่นแหล่ะคือปลาอังโกะ บอกเลยคำนี้อร่อยแสงออกปากกกก ขอบอกเลยว่ามันคือฟัวกราส์แห่งท้องทะเลที่แท้จริง รสชาติหวานมันไร้กลิ่นคาว ความนุ่มละมุนจนเหมือนจะละลาย เสียดายได้กินแค่คำเดียว
เมนูที่ 5 “Nodoguro Yaki” หรือปลาคอดำย่าง ซึ่งเป็นปลาในตระกูลเดียวกันกับปลากะพงน้ำลึก เนื้อเด้งแน่นคล้ายปลาเก๋า และหวานแบบกะพง
ระหว่างทานปลาย่างเชฟได้แล่ปลามาวางเรียงกัน เป็นสัญญาณว่า พร้อมที่จะรังสรรค์ข้าวปั้นที่เป็นไฮไลท์หลักๆของ   
ค่ำคืนนี้กันแล้ว
ด้วยความที่แอดต้องการกินด้วยมือ เพื่อให้ได้อารมณ์แบบโอมากาเสะแท้ๆ ที่คนรับประทานนิยมใช้มือกัน ทางร้านก็ได้เตรียมผ้าเช็ดมือ ซึ่งจัดมาเป็นทรงสามเหลี่ยม พร้อมที่จะเอานิ้วถูก่อนหยิบซูชิแต่ละคำเข้าปากไว้ให้ข้างๆทันที บริการดีจริงๆ

พร้อมกันนี้ เชฟได้โชว์ลีลาการปั้นซูชิแบบมืออาชีพ สิ่งสำคัญของการทานโอมากาเสะคือ ปั้นข้าวให้แน่นได้ระดับ อุณหภูมิข้าวต้องเหมาะสมกับปลา และทานภายใน 15 วินาทีหลังเชฟวางพร้อมเสิร์
เมนูที่ 6 “Golden Hirame” หรือซูชิปลาตาเดียวญี่ปุ่น ตอนแอดกินเข้าไป บอกเลยว่า รสชาติของข้าว อุณหภูมิ และความแน่น เพอร์เฟ็คอย่างไม่ต้องสืบ กลิ่นของน้ำส้มสายชูแดงเปรี้ยวอมหวานกำลังดี เนื้อปลาตาเดียวมีรสอ่อนๆ ไม่ได้จัดจ้านมาก โดยรวมคำแรกถือว่าดีครับ
เมนูถัดไป ระหว่างรอ แอดแอบเห็นว่าเริ่มมีการทาโชยุ เลยมั่นใจได้ว่าปลาคำนี้ต้องเป็นปลาเนื้อมันแน่นอน

เมนูที่ 7 พร้อมเสิร์ฟ “Shima Aji” ซูชิปลาทูหางแข็ง โอโหหหห เนื้อปลาแน่นมันนนน กัดคำแรก นึกว่าเยลลี่เนื้อแน่น รสเค็มอ่อนๆของโชยุช่วยชูรสของปลาขึ้นมา และทำให้ความมันไม่มันมากจนเกินไป เพราะปกติเนื้อปลาที่มันอย่างโอโทโร่มันจะละลาย แต่คำนี้ไม่ใช่ เพราะเป็นเนื้อปลาที่มันและมีความแน่นเด้ง เป็นอีกความเข้าใจในวัตถุดิบของเชฟที่เลือกเสิร์ฟแบบนี
เมนูที่ 8 “Ichigakigai” ซูชิหอยปีกนก ปกติคุ้นเคยแต่หอยปีกนกที่มีสีแดงปนและคำเล็กๆ อันนี้ใหญ่มากกกกพี่ขา ใหญ่ล่ำล้ำข้าวไปอีกค่ะ เนื้อไม่แห้งแบบหอยปีกนกที่เคยกินมา ทำเอาคิดว่าหอยปีกนกที่เคยกินเป็นของปลอมไปเลย
ระหว่างนั้น ได้มีการเบิร์นซูชิเกิดขึ้น เป็นสัญญาณว่า เชฟกำลังจะเพิ่มระดับของรสชาติซูชิอีก 1 สเต็ปแล้ว

เมนูที่ 9 “Mikandai” ปลากะพงแดงเลี้ยงด้วยส้มยูซึ คำนี้เป็นคำที่เริ่มได้กลิ่นของซูชิที่มีกลิ่นควันหอมชัดเจน กับปลารสชาติอ่อน เพื่อเปิดโสตสัมผัสได้การรับกลิ่นให้เพิ่มขึ้น

เมนูที่ 10 “Nagaimo Chawanmushi” ไข่ตุ๋นใส่มันมือเสือ ซึ่งมีการเพิ่มกลิ่นหอมด้วยทรัฟเฟิลออย กับเติมรสชาติด้วยอิคุระ สำหรับไข่ตุ๋นทำมาได้ดีงามตามมาตรฐาน ทรัฟเฟิลออยใส่มาไม่มากนัก (เข้าใจว่าถ้าใส่มาก อาจจะทำให้สัมผัสการรับกลิ่นเปิดมากเกินไปจนรบกวนเมนูถัดไป) ส่วนมันมือเสือ เป็นมันที่มีความหวานแบบไทย แต่กรุบไปทางมันแกว
เมนูที่ 11 “Aka Ebi Kombu” ซูชิกุ้งหมักสาหร่าย สารภาพตรงๆว่าเกิดมาไม่เคยกินซูชิหน้ากุ้งที่ “อร่อยขนาดนี้มาก่อน” มันอร่อยเกินคำว่ากุ้งไปแล้ววววว กลิ่นหอมควันจากการเบิร์นไฟ เนื้อกุ้งกรุบหวาน และมีรสเค็มอ่อนๆ ข้าวซูชิที่เสริมรสชาติอูมามิ เห้ยยย คำนี้แม่งโคตรดี!!!
เมนูที่ 12 “Kinmedai” คำนี้เซอไพรส์มากกกก พอกัดเข้าไป หวานปลาพร้อมกลิ่นเบิร์นไฟก่อน ซักพัก มีกลิ่นพริกไทยเผ็ดร้อนที่มาพร้อมวาซาบิ เห้ยยยแปลก เป็นรสชาติที่ไม่เคยกินและไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้
เมนูที่ 13 “Akami” หรือเนื้อแดงของปลาทูน่าครีบน้ำเงิน เนื้อแน่นอวบอัดไร้ไขมัน ท็อปปิ้งด้วยสาหร่าย และงาคั่ว ให้กลิ่นคล้ายผงโรยข้าวสไตล์ญี่ปุ่น คำนี้ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนไปที่ญี่ปุ่นเลย
เมนูที 14 “Otoro” เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเนื้อปลาส่วนนี้ หรูหราหมาเห่าเพียงใด เสิร์ฟพร้อมไข่ปลาคาเวียและทองคำเปลว ดีงามสมราคาฮะ ไม่ต้องบรรยายมากให้รูปภาพมันเล่าด้วยตัวมันเองก็สวยงามที่สุดแล้ว
เมนูที่ 15 “Sujiko” ไข่ปลาแซลมอลสดจ้า ลืมไข่ปลาแซลมอลทั่วไปที่เคยกินไปได้เลยยยย รสชาติล้ำลึกกว่าเยอะ มีความกรุบ หอม กลมกล่อม และมีรสอูมามิลงตัวกว่าอย่างชนิดที่ว่า “โดดเด่นจนจับต้องได้” ยกให้เป็นไข่แซลมอนที่ดีที่สุดที่เคยกินเลย
เมนูที่ 16 “Uni” ไข่หอยเม่นญี่ปุ่น ท็อปแบบล้นๆลงข้าวซูชิ เสิร์ฟใส่มือกินทันที เพื่อให้อุณหภูมิที่ดีที่สุดตอนที่เอาเข้าปาก เข้าปากปุ๊บ ละลายปั๊บ อาห์ นี่สินะไข่มุกแห่งท้องทะเล
เมนูที่ 17 “Wagyu Steak” เนื้อสเต็กวากิว A5 โดยวันนี้เป็นเนื้อคาโกะชิมะวากิว คงไม่ต้องบรรยายมากนะว่ามันนุ่มละลายเบอร์ไหน เนื้อที่ดีแค่มีเกลือและพริกไทยก็พอ ไม่พูดเยอะเจ็บคอ
เมนูที่ 18 “Asari Soup” ซุปหอยตลับ ทันทีที่ซุปมาเสิร์ฟ รู้สึกเศร้าใจมาก เพราะรู้เลยว่าคอร์สโอมากาเสะวันนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว จึงมีซุปร้อนๆ รสสดชื่นมาล้างปากหลังทานเนื้อเสร็จนั่นเอง

 เมนูที่ 19 “Crown Melon” ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่ามันต่างจากเมลอนธรรมดายังไง คือไอ้ Crown Melon เนี่ย วิธีการปลูกคือ เค้าจะทบรากกัน เพื่อให้ได้รากที่แข็งแรงที่สุด จากนั้นเมื่อเมื่อเมลอนต้นนั้นออกดอก ก็จะเด็ดดอกทิ้ง จนเหลือแค่ 3 ดอก หลังจากนั้นเมื่อดอกกลายเป็นผล ก็จะเด็ดผลทิ้งจนเหลือเพียง 1 ผลที่สวยที่สุด แล้วก็จะประคบประหงมด้วยการเช็ดถู ทำความสะอาด ดูแลอย่างดียุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมจนได้เมลอนที่ดีี่สุด แลขายเริ่มต้นลูกละ 1,500-10,000 บาท พูดง่ายๆ มันคือเมลอนชนชั้นกษัตริย์สมชื่อ ทีแรกแอดก็คิดในใจ มันจะแค่ไหนกันเชียววะ พอเอาเข้าปาก แล้วกัดเข้าไปเท่านั้นแหล่ะ รู้สึกตัวเองเป็นไพร่กระฎุมพีทันที ที่ไม่เคยกินอะไรแบบนี้ แม่เจ้า ทั้งกลิ่น ทั้งรส ทั้งน้ำชุ่มฉ่ำที่ระเบิดในปาก ถ้าเสื้อขาดได้มันคงขาดไปแล้ววววว อร่อยฉีกเสื้อจ้า!!!
เมนูที่ 20 “Wasabi Ice Cream” จริงๆมีให้เลือกหลายรส แต่แอดลองรสนี้ อยากรู้ว่าเหมือนที่ญี่ปุ่นไหม ปรากฏว่า ใช่เลยยย กลิ่นนมหวานมัน และกลิ่นวาซาบิเผ็ดฉุนปลายจมูกหน่อยๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น เวลากินคำนี้ แอดขอให้เชฟช่วยขูดเกลือหิมาลายันใส่ลงไปด้วยเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความเค็มทำให้รสชาติกระชับยิ่งขึ้น

และสำหรับค่ำคืนแห่งความสุข จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเชฟที่เข้าใจในวัตถุดิบและตั้งใจรังสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับเรา ขอขอบพระคุณ “เชฟจรัญ” มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ก่อนจากกันขอฝากรูปสวยๆอีกซักรูป รูปนี้แอดชอบมาก ได้อารมณ์สุดๆ แต่ถ่ายจังหวะนี้ยากมาก เพราะเชฟเค้าเตรียมของเร็วจริงๆ

📍พิกัด YTSB – Yellow Tail Sushi Bar, Bangkok : VIE Hotel Bangkok – MGallery BTS ราชเทวี
💰ราคา Omakase เริ่มต้น 3,000++,5,000++ และ 7,000++
🚘มีที่จอดรถ
👉🏻รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2mdrmHD
#พรุ่งนี้ค่อยลด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *